Skip to content

wordpress-themes-gold-coast-featureปัจจุบันเทคโนโลยีในการพัฒนาเว็บไซต์ได้ก้าวล้ำไปมาก หากจะเทียบกับยุคการพัฒนาเว็บเพจในยุคแรกๆ การศึกษาเพื่อเขียนโปรแกรมบนเว็บจะเป็นแบบลำดับขั้นคือ ผู้เรียนต้องศึกษาเป็นขั้นตอนว่าการพัฒนาเว็บไซต์เว็บหนึ่งต้องเรียนรู้เครื่องมือหลายชนิดด้วยกัน และใช้เวลายาวนาน อาจเป็นครึ่งปีหรือมากกว่านั้น แต่ในปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ผู้ที่จะศึกษาหรือเขียนเว็บไซต์สามารถทำได้ในเวลาอันรวดเร็ว เพราะมีเว็บแบบสำเร็จรูปให้เลือกใช้งานและมีซอร์สโค้ดให้ดาวน์โหลดมากมายซึ่งสามารถนำมาพัฒนาต่อยอดได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์สำเร็จรูปออนไลน์พร้อมใช้ทันทีเป็นรูปแบบเว็บไซต์สำเร็จรูปที่ระบบทั้งหมดอยู่บนเว็บไซต์แล้ว สมัครแล้วสามารถใช้งานได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีการติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติมเลย หลายแห่งยังมีบริการโฆษณาสินค้าที่ต้องการขายให้อีกด้วย ผู้ให้บริการหลายเจ้าถึงกับให้บริการฟรี หรือแบบเสียเงินที่มีคุณสมบัติให้มากกว่า การเลือกขึ้นกับขนาดของธุรกิจและความจำเป็นที่ต้องการใช้งาน

เว็บไซต์สำเร็จรูปจัดเป็นระบบชนิดหนึ่งที่ถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการจัดการแก้ไขอัพเดทข้อมูลบนเว็บไซต์ได้ โดยอาจจะแบ่งระบบออกเป็นส่วนต่างๆ เช่นการเพิ่มข่าวสาร การเพิ่มเสียงเพลง การเพิ่มวีดีโอ การเพิ่มรูปภาพ บางครั้งผู้พัฒนาเว็บไซต์สำเร็จรูปขนาดใหญ่ให้ความหมายของเว็บไซต์เหล่านั้นว่า CMS เนื่องจากมีระบบจัดการต่างๆอย่างครบครันในการเพิ่มความสะดวกให้กับข้อมูลภายในเว็บไซต์ ซึ่งข้อดีของการใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปคือมีราคาที่ถูก เนื่องจากระบบส่วนต่างๆมักถูกออกแบบมาให้บริการกับผู้ใช้งานที่หลากหลาย เขียนและพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องโดยอาศัยการขายกับผู้ซื้อจำนวนมาก มีการ Support ปัญหาที่รวดเร็วและตรงจุด การเลือกใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปจึงควรคำนึงถึงความจำเป็นและระบบต่างๆ ที่เราต้องการให้ดีเสียก่อน หากธุรกิจของเราต้องการระบบการจัดการข้อมูลที่เรียบง่าย ธรรมดา การเลือกใช้งานเว็บไซต์สำเร็จรูปนั้นเป็นสิ่งที่น่าประทับใจมาก ทั้งราคา ความเหมาะสม

ระบบบริหารจัดการข้อมูลเว็บไซต์ หรือ CMS เป็นระบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการพัฒนาและบริหารจัดการเว็บไซต์ โดยที่ผู้พัฒนาและอัพเดตข้อมูลในระบบไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการพัฒนาเว็บไซต์ ส่วนมากมีรูปแบบเป็น Web-Based Application ที่สามารถทำงานผ่าน Web Browserได้ ทำให้มีความสะดวกต่อผู้พัฒนาและอัพเดตข้อมูลที่สามารถอัพเดตข้อมูลบนเว็บไซต์ของตนได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมไว้บนเครื่องลูกข่าย ต่างกับการใช้งานเครื่องมือที่ใช้ออกแบบเว็บไซต์ เช่น Adobe Dreamweaver หรือ Microsoft FrontPage ซึ่งจำเป็นต้องมีการติดตั้งโปรแกรมไว้บนเครื่องที่จะใช้งานจึงจะแก้ไขเว็บไซต์ได้ ยิ่งมีจำนวนผู้เกี่ยวข้องในการแก้ไขเว็บไซต์มากเท่าใดก็ต้องมีค่าไลเซนส์ของตัว Software เพิ่มขี้นตามจำนวนผู้ใช้งาน

sitemapการกำหนดโครงสร้างของเว็บไซต์นั้นจะเป็นการออกแบบส่วนประกอบทั้งหมดของเว็บไซต์ที่ต้องการจะแสดงให้ผู้เข้าชมรู้ว่าเว็บไซต์เรานั้นมีทั้งหมดกี่หน้า ในแต่ละหน้าเป็นส่วนการแสดงของรายละเอียดอะไรแต่ละเชื่อมโยงกันอย่างไร เป็นการวางแผนการจัดลำดับเนื้อหาสาระของเว็บไซต์ออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อจัดทำเป็นโครงสร้างในการจัดวางหน้าเว็บเพจทั้งหมด เปรียบเสมือนแผนที่ที่ทำให้เห็นโครงสร้างทั้งหมดของเว็บไซต์ ช่วยให้นักพัฒนาเว็บไซต์ไม่หลงทาง การจัดโครงสร้างของเว็บไซต์มีจุดมุ่งหมายสำคัญคือ การที่จะทำให้ผู้เข้าเยี่ยมชม สามารถค้นหาข้อมูลในเว็บเพจได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สามารถสร้างความสำเร็จให้กับผู้ที่ทำหน้าที่ในการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ การออกแบบโครงสร้างหรือจัดระเบียบของข้อมูลที่ชัดเจน แยกย่อยเนื้อหาออกเป็นส่วนต่างๆที่สัมพันธ์กันและให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน จะช่วยให้น่าใช้งานและง่าย ต่อการเข้าอ่านเนื้อหาของผู้ใช้เว็บไซต์

โครงสร้างเว็บไซต์เป็นส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่งที่ผู้ออกแบบเว็บจะต้องคำนึงถึง การศึกษาด้านโครงสร้างเว็บไซต์จึงเปรียบเสมือนแบบจำลองที่ทำให้ผู้ออกแบบเว็บเห็นหน้าตาของเว็บที่อยู่ในรูปธรรมมากขึ้น การเลือกวิธีการจัดวางโครงสร้างเว็บไซต์นั้นขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบเว็บไซต์ว่าต้องการให้ออกมาในรูปแบบใด โดยคำนึงถึงความสมดุลของโครงสร้าง มีการเชื่อมโยงสัมพันธ์กันระหว่างหน้าเว็บเพจต่างๆ รวมถึงการเชื่อมโยงภายในแต่ละหน้าเว็บเพจด้วย ซึ่งการวางแผนโครงสร้างจะต้องวางให้ดีเพื่อจะเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดกับผู้ใช้ เช่น การที่ผู้ใช้ไม่สามารถย้อนกลับมาดูข้อมูลในหน้าหลักได้ เป็นต้น

หลักในการออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์
- กำหนดวัตถุประสงค์ โดยพิจารณาว่าเป้าหมายของการสร้างเว็บไซต์นี้ทำเพื่ออะไร
- ศึกษาคุณลักษณะของผู้ที่เข้ามาใช้ว่ากลุ่มเป้าหมายใดที่ผู้สร้างต้องการสื่อสาร ข้อมูลอะไรที่พวกเขาต้องการโดยขั้นตอนนี้ควรปฏิบัติควบคู่ไปกับขั้นตอนที่หนึ่ง
- วางแผนเกี่ยวกับการจัดรูปแบบโครงสร้างเนื้อหาสาระ การออกแบบเว็บไซต์ต้องมีการจัดโครงสร้างหรือจัดระเบียบข้อมูลที่ชัดเจน
- กำหนดรายละเอียดให้กับโครงสร้าง ซึ่งพิจารณาจากวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยตั้งเกณฑ์ในการใช้ เช่น ผู้ใช้ควรทำอะไรบ้าง จำนวนหน้าควรมีเท่าใด มีการเชื่อมโยง มากน้อยเพียงใด
- ทำการสร้างเว็บไซต์แล้วนำไปทดลองเพื่อหาข้อผิดพลาดและทำการแก้ไขปรับปรุง แล้วจึงนำเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นขั้นสุดท้าย